อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์เริ่มต้นเมื่อประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา ฮาร์ดดิสก์ไดร์วตัวแรกคือ RAMAC (Random Access Method of Accounting and Control) สร้างเมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 1956  โดยบริษัท ไอบีเอ็ม  ตัวไดร์วมีน้ำหนักราว 2,140 ปอนด์ สามารถเก็บข้อมูลได้ 5 megabytes (MB)  ส่วนประกอบหลักภายในเป็นจานแข็งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 24 นิ้ว ผลิตจากแผ่นอลูมิเนียมเคลือบสารแม่เหล็ก  ในปัจจุบันฮาร์ดดิสก์ไดร์วสามารถเก็บข้อมูลได้มากถึง 500 gigabytes (GB) ในกล่องขนาด 3.5 นิ้ว  และมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เช่น เพิ่มความจุ ความเร็วของการเขียนอ่านข้อมูล ขนาดไดร์ฟเล็กลง

จานดิสก์ที่อยู่ภายในฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟผลิตจากแผ่นอลูมิเนียมหรือแก้ว พื้นผิวฉาบด้วยสารแม่เหล็กบาง ๆ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า สื่อบันทึกข้อมูลแบบแม่เหล็ก (magnetic recording media) ข้อมูลจะถูกเก็บไว้บนสื่อนี้บนชั้นของสารแม่เหล็ก  ขนาดที่แตกต่างกันของดิสก์ไดร์ฟขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟขนาด 1 นิ้ว และ 1.8 นิ้ว ใช้สำหรับอุปกรณ์ขนาดเล็ก อาทิ เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลและโทรศัพท์มือถือ  ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟขนาด 3.5 นิ้วใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ส่วนขนาด 2.5 นิ้วใช้สำหรับคอมพิวเตอร์พกพา
การผลิตฮาร์ดดิสก์ ตั้งแต่ดั้งเดิม จะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Random Access Method of Accounting and Control (RAMAC) จากบริษัท IBM ซึ่ง RAMAC จะใช้จานแม่เหล็กที่ผลิตจากอลูมิเนียมจำนวน 50 แผ่นซึ่งมีเส้น ศก.24นิ้ว เคลือบด้วยสารแม่เหล็ก magnetic iron oxide  ตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาการผลิตฮาร์ดดิสก์อย่างต่อเนื่องทำให้มีสามารถลดขนาดของฮาร์ดดิสก์ลงได้แต่มีความจุที่เพิ่มเป็นสองเท่า ทำให้คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีฮาร์ดดิสก์ขนาดถึง 500 GB